สมุนไพรลูกประคบ

สมุนไพรลูกประคบ ร้านสมุนไพรคงคา

ทะเบียนยาเลขที่ G 50/55 (ยาแผนโบราณ)

สรรพคุณ สมุนไพรลูกประคบ แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย คลายเส้นเอ็นพิการ ทำให้โลหิตไหลเวียนเดินสะดวก


ขนาดบรรจุ     200 กรัม          ราคาลูกละ  80 บาท


กลับหน้าหลัก กลับหน้าแรก



ข้อมูลเพิ่มเติมลูกประคบ (Compress Herb)

ลูกประคบ เป็นวิธีการบำบัดรักษาของแพทย์แผนไทย  ซึ่งสามารถนำไปใช้ควบคู่กับการนวดไทย  โดยใช้การประคบหลังการนวดหรือประคบพร้อมนวดร่างกาย ลูกประคบสมุนไพรส่วนใหญ่จะเป็นพืชสมุนไพรที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน เมื่อถูกความร้อน น้ำมันและกลิ่นของสมุนไพรซึ่งมีสรรพคุณต่าง ๆ จะระเหยออกมา เซลล์ผิวหนังก็จะเปิดรับเอาสารสมุนไพรเหล่านี้อย่างเต็มที่ (6)

วิธีการใช้ลูกประคบสมุนไพร นำลูกประคบไปนึ่งประมาณ 15-20 นาที เมื่อลูกประคบร้อนได้ที่แล้ว ก่อนนำมาใช้ประคบควรมีการทดสอบความร้อนโดยแตะที่ท้องแขนหรือหลังมือก่อน และในช่วงแรกที่ลูกประคบยังร้อนอยู่ ต้องประคบด้วยความเร็ว ไม่วางลูกประคบไว้บนผิวหนังนาน ๆ เพียงแตะลูกประคบแล้วยกขึ้น แต่เมื่อลูกประคบคลายความร้อนลงสามารถวางลูกประคบได้นานขึ้นพร้อมกับกดคลึง จนกว่าลูกประคบคลายความร้อน แล้วจึงเปลี่ยนลูกประคบไปใช้ลูกใหม่แทน (ใช้แล้วนำไปนึ่งแทน) (6)

ข้อควรระวังในการประคบสมุนไพร

  • ไม่ควรใช้ลูกประคบที่ร้อนเกินไป โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่เคยเป็นแผลมาก่อนหรือบริเวณที่มีกระดูกยื่น และต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน อัมพาต ในเด็กและผู้สูงอายุ เพราะมักมีความรู้สึกในการรับรู้และตอบสนองช้า อาจทำให้ผิวหนังไหม้พองได้ง่าย
  • ไม่ควรใช้การประคบสมุนไพรในกรณีที่มีอาการอักเสบ บวม แดง ร้อน ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพราะจะทำให้อักเสบบวมมากขึ้นและอาจมีเลือดออกมากตามมาได้
  • หลังจากประคบสมุนไพรเสร็จใหม่ ๆ ไม่ควรอาบน้ำทันที เพราะจะไปล้างตัวยาจากผิวหนัง และร่างกายยังไม่สามารถปรับตัวได้ทัน(ร้อนเป็นเย็นทันทีทันใด) อาจทำให้เกิดเป็นไข้ได้

การเก็บลูกประคบสมุนไพร ลูกประคบสมุนไพรที่ใช้ครั้งหนึ่งแล้วสามารถเก็บไว้ได้นาน 3-5 วัน หลังจากใช้แล้วควรผึ่งลูกประคบให้แห้ง เก็บใส่ถุงหรือภาชนะปิดฝาให้แน่นแช่ตู้เย็นจะเก็บได้นานขึ้น ให้สังเกตถ้าลูกประคบมีเชื้อราปรากฏให้เห็นและมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว หรือสีเหลืองจางลง แสดงว่าตัวยาเสีย ไม่มีคุณภาพไม่ควรนำมาใช้อีกต่อไป เพราะจะใช้ไม่ได้ผล (6)

ประโยชน์ของการประคบสมุนไพร (จากตัวยาสมุนไพรและความร้อน)

  1. กระตุ้นหรือเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
  2. ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดเมื่อย
  3. ลดการติดขัดของข้อต่อบริเวณที่ประคบและทำให้เนื้อเยื่อ พังผืดยืดตัวออก
  4. ลดอาการบวมที่เกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อหรือบริเวณข้อต่อต่าง ๆ หลังจาก 24-48 ชั่วโมงไปแล้ว (6)

ข้อมูลและสรรพคุณสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบหลักของลูกประคบ

ไพล (Phlai, Cassumunar) ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Zingiber cassumunar Roxb. สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา ได้แก่ เหง้า แก้ปวดบวม

น้ำมันไพล คือน้ำมันหอมระเหย (Essential oil) 80% มีสารที่ให้สีชื่อ Curcumin สกัดจากเหง้าไพล ได้รับการพิสูจน์ผลทางยาแก้ปวดบวม มีฤทธิ์ลดการอักเสบ รักษาอาการปวดเมื่อย ฟกช้ำ วิจัยโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ข้อควรระวัง ห้ามใช้ครีมไพลทาบริเวณขอบตา และเนื้อเยื่อ(7, 15)

ผิวมะกรูด (Leech Lime) ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Citrus hystrix DC. วงศ์ RUTACEAE ผิวมะกรูด มีรสปร่า กลิ่นหอมร้อน ช่วยให้ระบบไหลเวียน ของเลือดดีขึ้น จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ พบว่า มะกรูดมีจุดเด่นที่น้ำมันหอมระเหย พบทั้งในใบและเปลือกของผลที่เรียกว่าผิวมะกรูด โดยผิวมะกรูด จะมีน้ำมันหอมระเหยร้อยละ ๔ ส่วนใบจะมีน้ำมันหอมระเหยร้อยละ ๐.๐๘  สารเคมีหลักที่พบในน้ำมันหอมระเหยจากผิวมะกรูดคือ สารกลุ่มเทอร์พีน โมเลกุลสั้น  บีตาไพนีน ไลโมนีน และซาบินีน ร้อยละ ๓๐.๖  ๒๙.๒ และ ๒๒.๖ ตามลำดับ มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ได้เนื่องจากมีสารเจอรานิออล นิโรลิออล ลินาโลออล และเทอร์พีนีออล สามารถระงับการเจริญของเชื้อรา  (1)

ตะไคร้ (Lemon Grass) ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Cymbopogon citratus (DC.) Stapf โคนกาบใบและลำต้นทั้งสดและแห้งมีน้ำมันหอมระเหย พบว่า น้ำมันตะไคร้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย บรรเทาอาการปวดได้ สามารถใช้เป็นยารักษาโรคหืด แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะและแก้อหิวาตกโรค หรือ ทำเป็นยาทานวดก็ได้ และยังใช้รวมกับสมุนไพรชนิดอื่นรักษาโรคได้ เช่น บำรุงธาตุ เจริญอาหาร และขับเหงื่อ (4, 12)

ใบมะขามไทย (Tamarind Leaf) ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Tamarindus indica L. วงศ์ LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE ตำรายาไทยใช้ใบและยอดอ่อน ซึ่งมีรสเปรี้ยว ใช้ในการอาบอบสมุนไพร แก้หวัด ขับเหงื่อ ระวังอย่าสูดไอร้อนๆอย่างเดียวตลอด (5, 10)

ขมิ้นชัน (Curcuma) ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Curcuma longa L. วงศ์ ZINGIBERACEAE ขมิ้นชันมีรสฝาด กลิ่นหอม แก้โรคผิวหนัง ขับลม แก้ผื่นคัน แก้ท้องร่วง  มีสารประกอบที่สำคัญ เป็นน้ำมันหอมระเหย "เอสเซนเซียล" และในเหง้ายังมีสารสีเหลืองส้มที่ทำให้ขมิ้นได้ชื่อว่า Curcumin จากการทดลองพบว่า ขมิ้นสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ลดอาการอักเสบ ขมิ้นไม่มีพิษเฉียบพลัน มีความปลอดภัยสูง สร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนัง มีฤทธิ์ต้านเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคกลากเกลื้อน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและ antioxidant activity ของสารกลุ่มเคอร์คูมินนอยด์ (2, 3, 13)

ขมิ้นอ้อย (Zedoary) ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma zedoaria Roscoe วงศ์ ZINGIBERACEAE ใช้รักษาแผล รักษาฝี รักษาอาการปวดบวม เม็ดผดผื่นคัน ฟกช้ำ (9)

ใบส้มป่อย ชื่อวิทยาศาสตร์คือ  Acacia concinna (Willd.) DC. วงศ์ LEGUNINOSAE – MINOSOIDEAE ใบสามารถนำไปใช้ตำห่อผ้าประคบเส้นให้เส้นอ่อน ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ช่วยบำรุงผิว ชำระเมือกมัน (11)

ว่านนางคำ ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Curcuma aromatica Salisb. วงศ์ Zingiberaceae หัวใช้ฝนทาแก้เม็ดผื่นคัน เป็นยาขับลมในลำไส้และแก้ปวดท้อง ใช้ตำพอกแก้ฟกช้ำ และข้อเคล็ด (14)

เถาเอ็นอ่อน ชื่อวิทยาศาสตร์คือ  Cryptolepis buchannai Roem. Et Sch. วงศ์ ASCLEPIADACEAE เป็นยารักษาอาการเมื่อย ทำให้จิตใจชุ่มชื่น ทำให้เส้นเอ็นหย่อน (คลายเส้น) แก้เส้นเอ็นพิการ แก้กษัย พบกรดอะมิโนชนิดต่างๆ เช่น asparagines, serine, argentine รวมทั้ง GABA มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ในการคลายกล้ามเนื้อเรียบ (8, 16)

ว่านน้ำ (Mytle Grass, Calamus) ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ  Acorus calamus L.วงศ์ ARACEAE ใบใช้ประคบ หรือนำส่วนเหง้าเป็นส่วนผสมในลูกประคบแก้ปวดเมื่อย ปวดข้อได้(6)

เอกสารอ้างอิง

1. กรณ์กาญจน์ ภมรประวัติธนะ. นิตยสารหมอชาวบ้าน : มะกรูดสมุนไพรบำรุง. 2553. บทความที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพใน www.doctor.or.th
2. กองวิจัยและพัฒนาสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์กาแพทย์.คู่มือสมุนไพรเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน. Text and Journal Corporation กรุงเทพฯ 2531 : 42.
3.ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2544) พิมพ์ครั้งที่ 2. บริษัทประชาชน จำกัด . กรุงเทพฯ. 2544. หน้า 478.
4. ฐานข้อมูลสมุนไพรไทย ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล. ตะไคร้. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2553.
5. ฐานข้อมูลสมุนไพรไทย ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล. มะขาม. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2553.
6. บทความไทยโพสต์. 30 สิงหาคม 2552. ว่านน้ำ พรรณไม้น้ำคลายเครียด ขับลม แก้หวัด. สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2553. สืบค้นจาก http://www.thaipost.net/tabloid/300809/9970
7. บัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (บัญชียาจากสมุนไพร๗). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, 2543. หน้า 38-45.
8. มุมสุขภาพ. 2552. สมุนไพรใกล้ตัว : เถาเอ็นอ่อน. สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2553. สืบค้นจาก http://www.healthcorners.com/new_read_article.php
9. วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2548. พจนานุกรม สมุนไพรไทย : ขมิ้นอ้อย.  สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2553. สืบค้นจาก http://www.pahdongdoy.com/season_all/herb/Curcuma.asp
10. ศูนย์ปฏิบัติการพืชเศรษฐกิจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. มะขาม.
สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2553. สืบค้นจาก http://www.dnp.go.th/EPAC/plant_economic/32makham.htm
11. ศูนย์ปฏิบัติการพืชเศรษฐกิจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. ส้มป่อย.
สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2553. สืบค้นจาก http://www.dnp.go.th/EPAC/Herb/27sompoi.htm
12. สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. สมุนไพรกับวัฒนธรรมไทย ตอนที่ 2 เรื่องไม้ริมรั้ว. กระทรวงสาธารณสุข : กรุงเทพมหานคร. 2542.
13. สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. มาตรฐานสมุนไพรเล่มที่ 3 ชุมเห็ดเทศ Senna alata (L.)Roxb. โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, กรุงเทพฯ. 2545.
14. สมุนไพรสปา. 2553. สมุนไพรสปา-อโรม่า : ลูกประคบ. สืบค้นเมื่อ สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2553. สืบค้นจาก http://www.csamunpri.com/herbals/featured/ a3-713.html
15. สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน สำหรับบุคลากรสาธารณสุข. โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพมหานคร. 2533. หน้า 108 – 109.
16. สุนทรี สิหบุตรา. 2540. สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด. กลุ่มสมุนไพรแก้ฟกช้ำ ข้อเคล็ด ปวดข้อ เส้นเอ็นพิการ. สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2553. สืบค้นจาก      www.rspg.or.th/plants_data/.../herbs.



เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจทางด้านสุขภาพแก่ผู้อ่านเท่านั้น
ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยในการรักษาของแพทย์แก่ผู้ป่วยได้